ประวัติผู้ก่อตั้ง
 
 
 
ริน่า บุญจรัส เจ้าของธุรกิจผลิตและค้าส่งผลิตภัณฑ์ประเภทกิ๊ฟต์ช็อป ภายใต้ชื่อ “เจริญชัยกิ๊ฟช็อป”
ที่นี่เป็นอาณาจักรสินค้าแฟชั่นสำหรับตลาดล่าง ขายส่งสินค้าสวยๆ
งามๆ หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าสวยตามแฟชั่นอย่างครบวงจรตั้งแต่หัวจรดเท้าสินค้าแฟชั่นหลากหลายเหล่านี้
คุณริน่า เผยว่า ส่วนหนึ่งตนผลิตเองในครอบครัว
อีกส่วนมาจากกลุ่มแม่บ้านในภาคอีสานและภาคกลาง บางส่วนมาจากหลายโรงงานในประเทศไทย
และบางส่วนก็นำเข้าจากต่างประเทศ สินค้าจากหลายแหล่งนี้เอง
ทำให้กิจการรายนี้มีสินค้าที่หลากหลายและมีจำนวนมากจนเรียกว่าเป็น “คลังแห่งแฟชั่น” หรือ “โกดังแห่งแฟชั่น” ก็ว่าได้
 
 
 กิ๊ฟต์ช็อปสมัยก่อนจะขายพวกสินค้ากระจุกกระจิกเน้นความน่ารักเป็นหลัก แต่ปัจจุบันร้านกิ๊ฟต์ช็อปขายสินค้าเกี่ยวกับแฟชั่นเป็นหลัก
คุณริน่า เผยว่า สินค้ากิ๊ฟต์ช็อปที่ขายดีและครองยอดขายมากที่สุดจะเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับผมมากที่สุด ได้แก่ โบ กิ๊บ ที่มัดผม
ซึ่งจะมีการพัฒนารูปแบบจากผูกผม เป็นหนีบผม ขยับเป็นแบบสปริง ต่อมาพัฒนาเป็นที่งับผม ที่เสียบผม ที่สับผม
ล่าสุด ที่มัดผมออกแบบเป็นวงกลมเหมือนโดนัท ส่วนใหญ่ใช้ผ้าที่มีสีสันและลวดลายสวยงาม พันเป็นดอกไม้รอบวงกลมโดนัท
เรียกกันในวงการค้าขายกิ๊ฟต์ช็อปว่า “โดนัทมัดผม” เป็นงานฝีมือจากกลุ่มแม่บ้าน มีความสวยงามและฮิตติดตลาดแฟชั่นขณะนี้
ส่วนกิ๊บดำถึงแม้จะดูโบราณแต่ก็ทำยอดขายไม่เคยตก
นอกจากผมแล้วสินค้าแฟชั่นที่เกี่ยวกับเท้าที่ขายดีในเวลานี้ ได้แก่ กรรไกรตัดเล็บเท้า กรรไกรหนังเท้า และที่ตะไบเล็บ
ส่วนสินค้าที่ลูกค้าเรียกหาในขณะนี้ ได้แก่ ดินสอเขียนคิ้ว ดินสอเขียนขอบตา
และดินสอเขียนปาก คุณริน่า กล่าวว่า สินค้าบางตัวกำไรน้อยมาก แต่ต้องขายเพื่อให้ธุรกิจมีความหลากหลายและดึงลูกค้าไว้ได้
สำหรับที่ติดเสื้อและเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ รวมทั้งแหวน
คุณริน่า บอกว่า ยังไงๆ สินค้าพวกนี้ก็ขายได้อยู่เรื่อยๆ เพราะคนวัยทำงานชอบซื้อของพวกนี้ใช้
ส่วนสินค้าที่ครองยอดขายได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกตัวหนึ่งก็คือ เข็มเย็บผ้ากับด้าย
ไม่น่าเชื่อว่าจะติดกลุ่มกิ๊ฟต์ช็อปที่ขายดีอีกตัวหนึ่ง ส่วนเทรนด์ใหม่ของแฟชั่นกิ๊ฟต์ช็อปที่ไต่ยอดขายขึ้นเรื่อยๆ
ได้แก่ กระเป๋าผ้าใบเล็กๆฝีมือจากกลุ่มแม่บ้านในต่างจังหวัดเช่นกัน
 
 
 
เบื้องหลังความสวยงามชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหล่านี้ เป็นแหล่งแฟชั่นที่มองข้ามไม่ได้
เพราะเป็นแหล่งที่สะท้อนภาพการผลิต การค้า การบริการ และการจ้างแรงงานที่แฝงอยู่ในสินค้าเหล่านี้
จับตามองประเด็นนี้ให้ดี ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเจริญชัยกิ๊ฟช็อปไม่ใช่ผู้ซื้อ แต่เป็นพ่อค้าแม่ค้าร้านกิ๊ฟต์ช็อปต่างๆ
รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัดซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ สินค้ากิ๊ฟต์ช็อปจึงไม่ใช่แค่สินค้าชิ้นเล็กๆ
แต่เป็นสินค้าที่มีกระบวนการผลิต การค้า การขาย และการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดล่างซึ่งเป็นตลาดกลุ่มใหญ่
เปรียบเหมือนกองทัพเศรษฐกิจกลุ่มเล็กๆ ที่เคลื่อนตัวกระจายไปทั่วภูมิภาคของประเทศ
 
 
 
   ผ่าเบื้องหลังกองทัพเศรษฐกิจ   
   กระจายสู่แฟชั่นตลาดล่าง   
 
คุณริน่าเข้าสู่วงจรธุรกิจแฟชั่นกิ๊ฟต์ช็อปเมื่อปี 2527 จากการเริ่มต้นเป็นลูกจ้างทำโบผูกผมด้วยค่าจ้างโหลละ 3 บาท
เมื่อผู้จ้างกับผู้รับจ้างเกิดขัดใจกัน ผู้จ้างจึงท้าทายให้ผู้รับจ้างออกไปทำเอง
คุณริน่ามิรอช้าจึงออกมาเองตามคำท้าทายด้วยเงินลงทุน 1,500 บาท
ทำโบผูกผมซึ่งใช้ริบบิ้นผ้าพันกันแล้วใช้กาวติดเป็นรูปโบ
ทำอยู่กับบ้านได้ถุงใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องเอาไปขาย คราวนี้คุณริน่าเพิ่งรู้ตัวว่าขายของไม่เป็น
เขาขายกันอย่างไร เขาขายกันที่ไหน ได้
 
ยินมาว่าเขาเอาไปขายกันที่ตลาด แล้วตลาดมันเป็นอย่างไรนึกภาพไม่ออก มีคนกระซิบบอกว่าไปขายที่ตลาดดาวคะนองสิคนเยอะดี
คุณริน่าจึงหอบโบติดผมถุงเบ้อเริ่มขึ้นรถเมล์ไปตลาดดาวคะนอง
คุณริน่า บอกว่า ครั้งนั้นเป็นภาพที่จำได้แม่น มือหนึ่งโหนรถเมล์ อีกมือหนึ่งกอดถุงโบไว้แน่น
พอถึงตลาดดาวคะนองยืนงงอยู่สักพักเพราะไม่รู้ว่าจะไปขายให้กับใคร
แล้วจะต้องพูดอะไร ในที่สุดจึงเดินเข้าหาร้านแรกที่อยู่ในสายตาเวลานั้น ถามเขาซื่อๆ ว่า มีโบมาขายจะเอาไหม ร้านแรกปฏิเสธ
จึงเดินไปยังร้านถัดไป ถามเช่นเดิม คราวนี้ได้ผลมีร้านค้ารับซื้อ
คุณริน่า บอกว่า ตอนนั้นหัวใจมันพองโต มันมีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาทันที เฝ้าบอกกับตัวเองว่า “รู้จักแล้วคำว่าตลาดมันเป็นยังไง”
จากโบติดผมถุงเดียวในวันนั้นได้ผันชีวิตให้คุณริน่ากลายเป็นผู้ค้าส่งสินค้าแฟชั่นกิ๊ฟต์ช็อปที่มีสินค้าหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในวันนี้
ย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คุณริน่าผู้ไม่รู้จักตลาดว่าเป็นอย่างไร ปัจจุบัน สินค้ากิ๊ฟต์ช็อปของคุณริน่าขยายไปเหนือสุดจรดใต้สุด
และขยายไปทั่วภูมิภาคของประเทศ เมื่อถามว่าคิดจะขยายธุรกิจส่งออกไปยังตลาดเพื่อนบ้านกลุ่มเออีซีไหม
คุณริน่า ตอบทันทีว่าไม่ แต่ก็ให้ข้อคิดและเทคนิคในการค้าขายสินค้ากิ๊ฟต์ช็อปไว้อย่างน่าสนใจ
 
 
 ว่าไม่ขยายอีกแล้ว กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก บางครั้งเหนื่อยแทบขาดใจ
สินค้ากลุ่มกิ๊ฟต์ช็อปมันมีสินค้าหลักอยู่ ไม่หวือหวาตามแฟชั่น จึงไม่เสี่ยงต่อของตกค้าง ถ้ามีของค้างในสต๊อกเยอะ
ต้องหาวิธีระบายออกด้วยการจับแพ็กคู่ขายด้วยกัน สินค้ากิ๊ฟต์ช็อปที่ขายดีจะต้องมีสีสันสดใส
ถ้าสีจืดๆ ตายๆ ในวงการเรียกว่าสีช้ำเลือดช้ำหนอง จะขายไม่ออก สินค้าต้องขายอยู่ในราคา 10-20 บาทถึงจะขายได้
ถ้าราคาเกินนี้ขายยากมาก สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำธุรกิจคือ ความซื่อสัตย์ ซึ่งเราเน้นและกำชับมาก ของไม่ดีเราไม่ขาย
ของชำรุดเราต้องเปลี่ยนให้ใหม่ เราถึงอยู่ได้นานในวงการ
 
 
ยอมรับว่า ความซื่อสัตย์อย่างเดียวไม่พอในการพยุงธุรกิจ จึงใช้ศีลธรรมเข้ามาบริหารควบคู่กันไป
โดยเปิดบ้านซึ่งเป็นทั้งแหล่งซื้อขายและแหล่งผลิตแบบอุตสาหกรรมในครอบครัว
และยังเป็นแหล่งปลูกฝังศีลธรรมด้วยการเปิดมุมหนึ่งของบ้าน ให้เป็นที่สวดมนต์และปฏิบัติธรรมของพนักงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้อง
ล่าสุดนำหลัก “ความดีสากล 5 ประการ” มาใช้จัดระเบียบในออฟฟิศ ได้แก่ 1. ความสะอาด 2. ความเป็นระเบียบ
3. ความสุภาพ 4. การตรงต่อเวลา 5. การทำสมาธิ ซึ่งคุณริน่า ยอมรับว่า หลักความดีสากลนี้ทำให้โชว์รูมกิ๊ฟต์ช็อปของเธอสะอาด
ไม่ต้องฆ่าหนู ฆ่าแมลงสาบ เพราะไม่มีสัตว์เหล่านี้มารบกวน ส่วนสินค้าที่วางโชว์ถูกจัดเป็นระเบียบ
ของหายก็รู้จึงไม่เปิดช่องให้มีการลักขโมยสินค้าได้ คุณริน่าเน้นย้ำนักหนาให้พนักงานพูดจากันด้วยคำสุภาพ จึงไม่ค่อยมีการทะเลาะกัน
คุณริน่า บอกว่า การตรงต่อเวลาทำให้เธอรักษาลูกค้าไว้ได้ยาวนาน ถ้าตรงต่อเวลาแล้วก็ไม่ต้องพูดโกหกบ่ายเบี่ยงแก้ตัวไปวันๆ
ส่วนการสวดมนต์และทำสมาธิทำให้พนักงานที่อยู่ด้วยมีความประพฤติดี ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน
คุณริน่าให้ข้อสรุปของการบริหารธุรกิจกิ๊ฟต์ช็อปด้วยหลัก “ความดีสากล 5 ประการ” ก็คือ การนำศีล 5 เข้ามาใช้ในออฟฟิศนั่นเอง
เรื่องราวของ คุณริน่า บุญจรัส ที่นำมาถ่ายทอดผ่านธุรกิจแฟชั่นกิ๊ฟต์ช็อป สะท้อนให้เห็นถึงอุตสาหกรรมแฟชั่นอีกมุมหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้
และยังสะท้อนถึงความสำเร็จของผู้ประกอบการ SMEs รายเล็กๆ ที่บริหารธุรกิจด้วยการนำศีลธรรมมาเป็นเครื่องมือบริหารจัดการกิจการของตน
ด้วยหลักการง่ายๆ แต่ได้ผลชัดเจน และนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จที่ยั่งยืน
 
 
โดย
 
 

Powered by MakeWebEasy.com